ถ้ารถ Citroen Xantia LHM พร่อง แบบรั่วลงพรม อ่านต่อเลยครับ


PIC_01
        เนื่องจากว่าผมใช้รถอยู่ดี ๆ ไฟ STOP ก็สว่าง ขึ้นแบบ ติด ๆ ดับ ๆ และ ก็ติดตลอด ในใจก็คิดว่า ทำรถมาเกือบหมดแล้ว ทั้งจานเบรค ผ้าเบรค สายเบรค ท่อไฮฯ ต่าง ๆ ไม่น่าที่จะมีจุดรั่วได้ และพึ่งจะล้างกรอง LHM
        เมื่อวัน อาทิตย์ และก็วิ่ง ทางไกลมาแล้วด้วย...เหลียวมามองกระจกหลัง กระจกมองข้าง เพื่อดูบนพื้นถนนที่ตัวรถวิ่งผ่าน ก็ไม่มีคราบอะไรหยดลงบนถนน ระดับของรถยังยกตัวอยู่ ทดลองเบรค อยู่ 2-3 ครั้งก็ OK และยังมีเบรคมืออีก...ยังพอใช้งานได้ก็เลยพยายามประคองรถ ให้มาถึงที่ทำงาน ซึ่งห่างจากจุดเกินอาการประมาณ 3 กม. ถ้าไกลกว่านี้คงต้องจอดข้างทางแน่ ๆ
        พอถึงที่ทำงาน ก็ดับเครื่อง ดูใต้ท้องรถ ก็ไม่มีคราบ LHM แต่อย่างใด เปิดฝากระโปรงรถ เพื่อดูระดับ LHM ในถังเก็บฯ หิ...หิ...น้ำมัน LHM ในถังเหลืออยู่นิดเดียว แทบจะไม่มีเลยครับ...เอาละสิ น้ำมัน LHM ในระบบมันไปใหนหว่า...
        นั่งคิดไปคิดมา นึกขึ้นได้ว่า พี่ BX เคยบอกไว้ตอน meeting ที่ศูนย์หัวลำโพง ว่า ยางหมวกวาล์ว ในรถท่านใดที่ใช้งานมานานแล้ว ยังไม่ได้เปลี่ยนทั้ง ตัวเบรควาล์ว หรือเฉพาะ ยางหมวกวาล์ว ก็ให้รีบ ๆ ไปเปลี่ยนซะ....ด้วยความนิ่งนอนใจของผม และความ ดื้อในตัวผม...รถผมยังวิ่งได้อยู่ไม่เป็นไรเอาไว้ก่อน (ชุดซ่อมผมก็ซื้อมาได้ 4 เดือนแล้วแต่ยังไม่ได้ลงมือทำซ่ะที ) พอไปเช็คดู ที่พรมก็ปรากฏว่าจริงครับ ยางหมวกวาล์ว ของตัวเบรควาล์วขาดครับ น้ำมัน LHM ก็ใหลออกลงไปที่พรมใต้พื้นรองเท้า เต็มเลยครับ
        จ๋อยไปเลยครับครั้งนี่ ไม่เจ็บก็ไม่จำครับ ตอนนี้ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนตัวเบรควาล์วตัวใหม่เลยพร้อมกับท่อไหลกลับและยางซีล หัวแป็ป ไปในตัว...โดยให้ พี่เอ มาจัดการให้ครับ...เรื่องมันเศร้าครับ
        ในรูป...จะเป็นบริเวณที่ เหยียบเบรคและคันเร่ง จะเห็นว่ามีครบ LHM ซึมออกมาครับ
ราคาของ ( เอกชัยฯ )
1. เบรควาล์ว ( แม่ปั้มเบรค ) 5,920 B.
2. ซีลน์ยางหัวแป็ปเบอร์#8 4 ตัว 140 B.
3. น้ำมัน LHM 5 ลิตร 1,000 B.
* ชุดซ่อมเบรควาล์วราคา 8xx B.
       เผื่อจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถคันอื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดปัญหาในตอนนี้หรืออีกไม่นานก็จะเกิดครับ


PIC_02
       ในรูป
( A ) จะเป็นแท่งพลาสติกที่ต่อจากที่เหยียบเบรค เพื่อไปกดที่ยางหมวกวาล์ว อีกทอดหนึ่งครับ
( B ) ส่วนของน้ำมัน LHM ที่ใหลผ่านออกมาจากยางหมวกวาล์ว ที่ขาดครับ


PIC_03
       ตัวเบรควาล์ว ตัวใหม่ที่สั่งมาเปลี่ยนแทนตัวเก่าครับ ...ในจุด ( A ) จะเป็นตัว ยางหมวกวาล์ว ครับ


PIC_04
       ขอบคุณ คุณเทียม ที่นำอุปกรณ์มาให้ดูและให้คำแนะนำ ตอน Meeting ครับ
       ในรูป A-B-C จะเป็น Slide Valve ที่เป็นโลหะ ซึ่งจะมีการขยับตัวเลื่อนตัวเข้า-ออกทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ของแรงดันน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นจาก ปั้มไฮฯ ที่ผ่านออกมาจากมาจากตัว Regulator หรือจากแรงกดที่ของเท้า ที่กดลงไปบนแป้นเบรคเอง
       และเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็มีการเสียดสี...สิ่งที่จะตามมาคือการสึกหรอ...และหลังการ สึกหรอก็จะทำให้มีการรั่วภายในผ่านช่องว่างที่เกิดขึ้น...แรงดันในระบบไฮฯ ก็จะตก...ปั้มไฮฯ ก็จะทำงานหนัก เพื่อชดเชยในส่วนที่เสียไป...ระยะการหยุดรถ ระดับการยกตัวรถด้านหลังก็จะไม่ดีเหมือนเดิม ท่อแรงดันสูงก็จะรับ ภาระหนัก ตามการตัดต่อ Cut-In , Cut-Out ของ Regulator ไม่นานก็ท่อก็จะแตกปั้มก็จะพัง เกี่ยวเนื่องกันไปทั้ง ระบบ
       คิดไปคิดมา เมื่อเทียบอายุของตัวเบรควาล์วที่ใช้อยู่ก็ 11 ปีแล้ว ผมเปลี่ยนตัวใหม่ดีกว่า ในขณะที่ยัง พอมีปัจจัยอยู่ครับ


PIC_05
       วันนี้ พี่ในทีมช่างของ พี่เอ มาจัดการให้แล้วครับ ใช้เวลาซ่อม 2 ชั่วโมง
       1. เปลี่ยน ตัวเบรควาล์ว + ซีลยางหัวแป็บเบอร์#8 + ท่อใหลกลับ
       2. ไล่ลมเบรคหน้าขวา -> หน้าซ้าย -> หลังขวา -> หลังซ้าย หลังจากนั้นก็ทดลองวิ่ง...เรียบร้อยดีครับ
       ช่วงที่พี่เขาทำรถอยู่ ผมก็ซนครับ เลยแกะดู"ยางหมวกวาล์ว" ที่มีปัญหา ก็พบว่ามันขาดและก็มีความกรอบมากแล้ว และก็ พร้อมที่จะขาดได้อีก แสดงว่าถ้าใช้งานมาสัก 5-6 ปีก็น่าจะต้องเปลี่ยน "ยางหมวกวาล์ว" แทนของเดินได้แล้ว


PIC_06
       สภาพภายในตัวเบรควาล์ว หลังจากถอดแหวนล็อก และดึง Slide Valve ออก จะเห็นว่ามีครอบสิ่งสกปรก เกาะเต็มเลยครับ ใช้งานไปสักพักใหญ่ ก็ถอดมา Overhaul ก็ดีครับ


PIC_07
       ภาคต่อครับ ด้วยความซน...Overhaul
       ต้องใช้ปากกาจับชิ้นงานและหัวบล็อกเบอร์#18-22 ช่วยในการบีบสปริงที่อยู่ในตัว เบรควาล์วหดตัวเข้าไป...จากนั้นก็ใช้ คีมถ่างแหวนล็อก ( เป็นตัว B ในรูป ) ออกมา...แล้วก็ค่อย ๆ คลายปากกาจับชิ้นงานออก ตัวสปริง ก็จะดันให้ฝาครอบหลุดออก


PIC_08
       ดันตัว Slide Valve ส่วนที่เหลือออก...แกะเอาซีลยาง ( C ) ( A ) และ ( B) ออกมา


PIC_09
       ส่วนของ Slide Valve ส่วนที่ 1 ( A ) และ ส่วนที่ 2 ( B ) ตรงร่องตามแนวขวางในจุด ( C ) จะมีคราบแข็ง ๆ อุดตันค้างอยู่ในร่อง จนผมต้องใช้ปลายมีด ค่อย ๆ แซะออกมาตอนทำความสะอาด เข้าใจว่าเป็นเศษของซีลที่ละลายออกมาจากโช๊คอัพหน้าทั้ง 2 ข้างและมาติดค้างอยู่ที่นี่บางส่วนครับ


PIC_10
       หลังจากถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกมาแล้วก็ล้างทำความสะอาดครับ...ในรูป
1= Slide Valve sec#1
2= Slide Valve sec#2
3= Slide Valve sec#3

A= ซีลยาง ตัวที่ 1
B= ซีลยาง ตัวที่ 2
C= ซีลยาง ตัวที่ 3
D= ยางหมวกวาล์ว


PIC_11
       การเรียงลำดับและทิศทางของ Slide Valve ตัวที่ 1-2-3 ....โดยเฉพาะตัวที่ 2 ต้องดูให้ดีก่อนประกอบกลับคืน ในการประกอบชิ้นส่วนกลับเข้าที่ ผมใช้น้ำมัน LHM ชโลมบาง ๆ ทุกชิ้นส่วนขณะทำการประกอบ โดยเฉพาะซีลยางต่าง ๆ
       ถ้าเราซื้อชุดซ่อม เราจะได้ชิ้นส่วนดังต่อไปนี้
A= ซีลยางตัวที่ 1
B= ซีลยางตัวที่ 2
C= ซีลยางตัวที่ 3
D= ยางหมวกวาล์ว

Home
Last update : 15 January 2006
Very thank you for Mr.Fusion for his picture and explanation