CLEANING LHM FILTER, CHANGING LHM FLUID & CORRECTING UNUSUAL BREAK MANNER

 

ในระบบไฮโดรลิค เมื่อใช้ไปในระยะเวลาหนึ่ง จะเกิดสภาพการเป็นโคลนขึ้น หมายถึง เกิดการรวมตัวของเศษโลหะ ที่สึกหรอจากชิ้นส่วนไฮโดรลิก และความชื้นในเนื้อน้ำมัน กับฝุ่นละอองในอากาศ ที่เข้ามาทางท่อหายใจ บริเวณฝาถังรวมน้ำมัน ( LHM-Reservoir ) โคลนที่เกิดจะเป็นของเหลวหนืดสีดำ อาจเห็นตะกอนของเศษโลหะสะท้อนแสงเป็นมันวาว ปกติการออกแบบถังรวมน้ำมัน จะมีการแยกชั้น ให้ตะกอนตกอยู่ก้นถังอยู่แล้ว แต่จากที่ผมใช้รถมา พบว่า มีตะกอนจำนวนหนึ่ง มาอุดตันอยู่ที่ตะแกรงพลาสติก ที่เป็นตัวกรองน้ำมัน ทั้งในส่วนกรองน้ำมันไหลกลับ และส่วนกรองน้ำใน ก่อนเข้าปั้มไฮโดรลิค เพื่อนๆทราบไหมว่า เมื่อตะกอนสะสมมากๆ ที่ตัวกรองน้ำมันไฮโดรลิด จะเป็นสาเหตุ ให้ปั้มราคาแพงในรถนั้น พังไปก่อนในเวลาอันสมควร (ก่อน5ปี)

คำถามหรือข้อสงสัยก็คือ รู้ได้อย่างไรว่าจะต้องล้าง ???? คำตอบคือ เมื่อรถของท่าน ยกตัวขึ้นช้ากว่าปกติ ( ที่ว่าปกติคือ ใน 3 วินาที ความดันระบบ เมื่อติดเครื่องต้องมากกว่า 75% ) พูดง่ายๆ ติดเครื่องแล้ว 15 วินาที ไม่ยกตัวแปลว่า อาจจะตันแล้ว จะล้างอย่างไร ???? ก่อนล้างควรจะทราบข้อระวังดังนี้ ( ทุกข้อผมทำผิดพลาดมาหมดแล้ว )

1. อย่าล้างเมื่อรถเพิ่งกลับจากการเดินทาง หรือใช้รถเกิน 15 นาที (น้ำมันร้อนจัดและลวกมือ) ควรรอให้เย็นก่อน

2. ควรจะดูให้ทราบว่ารถของท่านนั้น ใช้แม่ปั้มไฮโดรลิค แบบ7สูบ(ตัวอ้วนและใหญ่มาก) หรือ5สูบ (ทรงกระบอกเล็ก) เพราะมีผลตอนเริ่มระบบไฮโดรลิดหลังจากการล้าง

3. ซื้อน้ำมัน LHM มาสำรองไว้ 7 กระป๋อง ( 6 สำหรับเติม > อีก 1 ใช้ล้าง ) อย่าซื้อมาพอดีสำหรับเติม!!!!!

4. ห้ามใช้น้ำมันอื่นใด มาล้าง ชิ้นส่วน ไม่ว่าเบนซิน, ทินเนอร์ , ใช้น้ำมันชักแห้งล้างได้ แต่ไม่ดี เพราะทำให้ชิ้นส่วนไส้กรองเหลือง และกรอบแตกเร็ว ( อู่นิยมใช้ เพราะถูกดี ส่วนรถ เราช่างมัน-ไม่ใช่ของตู

  

  เรกกูเรเตอร์

5. จัดเตรียมโต๊ะ หรือถาดวางให้สะอาด ไม่มีทรายหรือสิ่งสกปรก จะใช้วางชิ้นส่วนเมื่อล้าง ( อู่ซำเหมาทั้งหลาย จะเอาหนังสือพิมพ์ปูกับพื้น แล้ววางชิ้นส่วนบนหนังสือพิมพ์ อย่างนี้อันตราย ฝุ่นทรายจากรองเท้า ปลิวไปโดนชิ้นส่วน จะติดอย ู่และปนไป ในระบบไฮโดรลิค คราวนี้เป็นเสียเงินแน่นอน, ผมโดนมาแล้ว เสียคอลเล็คเตอร์ตัวหน้าไปเลย )


ถังเก็บ LHM

6.ตรวจดูท่อยางหลักเข้าปั้ม และท่อน้ำมันไหลกลับว่า แข็ง หรือแตกรั่ว หรือไม่?? ในคราวเดียวกันนี้เลย เพราะถ้าไม่ดี ควรซื้อมาสำรองเปลี่ยน หรือ จะได้เอารถขึ้นขาตั้งไว้แต่แรก จะได้เปลี่ยนท่อได้เลย ถ้ามีรั่ว ( เคยล้างแล้ว ท่อยางแข็งตัวพอบิด เกิดรอยแตก ไม่ทันเห็นเอารถออกไปวิ่งเลย น้ำมันไปรั่วนอกบ้าน) 


ฟิลเตอร์

วิธีล้าง มีลำดับดังนี้

1. โยกคันควบคุมระดับ มาที่ต่ำสุด ( first citroen safety >rule service)

2. ใช้ประแจเบอร์12 คลายน๊อต ระบายความดันที่ > เร็กกูเลเตอร์หลัก ออก 1.5รอบ ( ตามรูป )

3. ถอดคลิป ล๊อดฝาถังน้ำมันออก ขยับตัวถัง ให้ส่วนพลาสติก ที่ต่อกับท่อยางขยับได้สะดวก

4. ยกส่วนพลาสติก (เสื้อไส้กรอง) ออกมาจากถัง รอให้น้ำมันในไส้กรองไหลลงถัง

5. ดึงคลิป ล๊อคตัวเล็กที่ยึดไส้กรอง กับเสื้อพลาสติกออก ทั้งไส้กรองแบบกลมทรงกระบอก ( กรองเข้าปั้ม ) และไส้กรองเป็นกล่อง ( กรองจากท่อไหลกลับ ) ระวัง เมื่อถอดจะมีน้ำมันส่วนหนึ่ง ไหลตามไส้กรองออกมา

6. เอาผ้าแห้งเช็ดเสื้อพลาสติก ให้สะอาดแล้ววางไว้ ให้มั่นคงกับที่

7. เอาไส้กรองที่ถอดมาใส่ถาด ล้างด้วย LHM ใหม่ที่ซื้อมา ขัดถูด้วย แปรงสีฟันอ่อนๆ หรือใ ช้ผ้าสะอาดชุบ LHM แล้วเช็ดให้สะอาด ส่วนที่มือเข้าไม่ถึง ใช้เศษผ้าพันปลายตะเกียบ เข้าไปเช็ดได้

8. วางไว้ให้แห้ง หรือเช็ดแล้วใช้ เครื่องเป่าผมลมร้อน เป่าให้แห้งก็ได้ หรือใช้ปั้มลมแรงดันสูงยิ่งดี

9. พอแห้งแล้วส่องดูกับแสงไฟ ต้องมองทะล ุผ่านตะแกรงได้ชัดเจนดี ถ้ามัว หรือเป็นเงาออกดำๆ ต้องล้างซ้ำอีก

10. ตรวจดูว่าไม่มีรอยฉีกขาด ถ้ามีหรือกรอบแตก ต้องเปลี่ยนใหม่ อย่าซ่อมใช้ไปด้วยกาวตราช้าง น้ำมันไฮโดรลิคร้อน ทำลายการยึดเกาะของกาวได้

11. เอาถัง LHM มาเทน้ำมันเดิม ออกทิ้งไป เช็ดแผ่นไดอะแฟรม ที่รองก้นถังให้สะอาด ใช้ผ้าสะอาดชุบ LHM ใหม่ เช็ดให้ทั่ว และควรเช็ดนอกถังด้วย มิฉะนั้น คราบโคลนสีดำ จะติดแน่นไม่น่าดู ระวังอย่าให้ถังตกลงกับพื้น จะบุบ และเคาะขึ้นไม่ได้ ดูไม่สวยด้วย

ก่อนล้าง หลังล้าง

12. ประกอบเข้าที่เดิม ใส่ไส้กรองลงในเสื้อพลาสติก ประกอบคลิป ล๊อคเข้าที่ ล๊อคน้อต ที่ตัวควบคุมความดัน ( Pressure regulator ), เร็คกูเลเตอร์หลัก , ( รูปในข้อ2 )

13. ในกรณี ซีเอ๊กซ์ 2400 ที่ใช้ปั้มเจ็ดสูบตัวใหญ่ ให้เติมน้ำมัน LHM ลงได้ทันที ครั้งแรกเติม จนลูกลอยระดับ LHM ขึ้นสูงสุด จากนั้นติดเครื่อง ยกระดับเป็นปกติ ต่อไปเติมน้ำมันในถังอีก จนลูกลอยแสดงระดับ MAX ให้เลื่อนคันบังคับระดับ ไปที่สูงสุด ดูลูกลอย ถ้าพร่องลงให้เติม จนได้ระดับ MAX, เหยียบเบรคหลายๆครั้ง จนไม่มีเสียงดังของน้ำมัน ก็เป็นอันใช้ได้ ( เสียงจะเกิดจาก น้ำมันความดันสูงวิ่งผ่านวาล์ว )

14. ในกรณีของ ซีเอ็กซ์2400 ซีเอ็กซ์ 20 บีเอ็กซ์16,19 ที่ใช้ปั้ม5สูบ ตัวกลมเล็ก ต้องถอดท่อที่น้ำมัน LHM เข้าปั้ม ออกจากเสื้อพลาสติก เติมน้ำมัน LHM ลงในท่อให้เต็ม แล้วเสียบเข้าไปที่เดิม ให้ยกคันระดับไปที่สูงสุด แล้วติดเครื่องเดินเบา ห้ามเร่ง หรือเบิลเครื่องเด็ดขาด ภายใน 30 วินาที ดูว่ารถยกตัวหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ดับเครื่อง แล้วเติม LHM ลงในท่อน้ำมัน เข้าปั้มอีกจนเต็ม ( เหมือนล่อน้ำในปั้มสูบน้ำนั่นแหละ ) ปกติ ไม่เกิน 2 ครั้ง รถก็จะยกตัวได้แล้ว ให้เหยียบเบรคหลายๆครั้ง จนไม่มีเสียงจากแม่ปั้มเบรค ก็เป็นอันเสร็จ การเติมน้ำมัน ก็เหมือนข้อ 13

15. สำหรับคนที่ทำข้อ 14ไป 3-4 ครั้ง รถก็ไม่ยก นั่นเป็นสิ่งที่แสดงว่า ในระบบไฮโดรลิคของเรา มีจุดรั่ว ให้อากาศซึมเข้า ซึ่งอาจจะเป็นที่ ตัวอุปกรณ์รั่วสึกหรอ ถ้าไม่พบรอยแตกของท่อ ต้องทำดังนี้ คือ ให้เดินเบาเครื่องไว้ คลายน้อตล๊อค ที่ตัวควบคุมความดัน ( รูปข้อ2 ) รอสัก 1 นาที แล้วขันคืนพอตึงมือ ดับเครื่อง เติม LHM ลงในท่อเข้าปั้มจนเต็ม แล้วเสียบคืนที่เดิม ติดเครื่องเดินเบา รับรองยกตัวขึ้นแน่ๆ แต่ควรรู้ไว้ว่า ระบบของท่านรั่วซึมแน่ๆ

16. ข้อนี้คือความลับระดับ โนว์ฮาว ขั้นสุดยอด ที่ทุกท่านน่าจะเคยโดนฟัน ค่าซ่อมระบบไฮโดรลิดไปแล้ว เมื่อท่านมีปัญหาแบบ ข้อ15 ท่านจะพบปัญหาตามมา คือ เบรคแรงๆ แล้ว รถหัวทิ่ม ซึ่งในระบบไฮโดรนิวเมติกนี้ จะป้องกันอาการหัวทิ่มนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะรุ่นบีเอ็กซ์ เป็นจุดขายทีเดียว มันเกิดอะไรขึ้น?? ตอบว่า มีอากาศเข้าไป ขังอยู่ ระบบกันสะเทือนหลัง และเนื่องจากว่า ภาระน้ำหนัก ในกันสะเทือนหลัง เป็นตัวกำหนด แรง ที่จะทำการเบรค ของล้อหลัง เมื่อมีฟองอากาศ มากวนระบบเบรค ล้อหลังก็ไม่เบรค ด้วยทำให้เกิดอาการหัวทิ่ม จะแก้ไขอย่างไร ตอบง่ายๆว่า ไล่ลมเบรค ซีครับท่าน เหยีบบเบรคปกต ินั่นแหละแล้ว คลายน้อตไล่ลมเบรคหลัง เท่านั้นพอ (ทั้งซ้ายและขวา) แต่ล้อหน้าไม่เกี่ยว คนละวงจรกัน ( ไม่มีชิ้นส่วนใดต้องเปลี่ยน, ไอ้ที่ชอบบอกว่า คอลเลคเตอร์หลังเสีย,เบรควาล์วเสีย โกหกทั้งนั้น 

17. มาถึงข้อนี้แล้ว ก็ลองเบรคดูแรงๆสัก 2-3 ครั้ง ยกระดับขึ้นสูงสุด ลงต่ำสุด 2-3 ครั้ง ลงไปดูว่าไม่มีจุดไหนรั่วก็ ยกระดับปกติ แล้วออกไปซิ่งกันได้เลยครับท่าน……

ภาพตัดขวางของถังเก็บรุ่นหลังๆ เช่น Xantia , Xm


Home

Last update : 12 Februaryr 2007

Document by JUJ For citroen club