เล่าสู่กันฟัง...ปรับปรุง สวิตช์จุดระเบิด ใน Xantia 2.0i Y/95

Overhaul Ignition Switch in Xantia 2.0i Y/95


PIC14_00

     

ผมเจออาการบิด "สวิทช์กุญแจ" เพื่อการสตาร์ทเครื่องยนต์ คือ บิดแล้วหาย อยู่ประมาณ 3-5 ครั้ง "ไดร์สตาร์ท" จึงจะยอมหมุนจนเครื่องยนต์ทำงาน และในขณะที่ใช้งานรถยนต์ ไฟหน้าปัดท์ จะมีอาการวูป ๆ ตอนที่มีการเหยียบ แป้นเบรคทุกครั้งไป และก็ตัวรถมีการกระเทือน ซึ่งวงจรไฟเบรคจจะใช้ไฟที่ผ่านออกมาจาก "สวิทช์กุญแจ" ส่วน "หลอดไฟหน้า" จะรับไฟจากแบตเตอรี่โดยตรงผ่าน Relayควบคุม ดังนั้นจึงสังเกุไม่เห็นอาการวูบ ๆ ของแสงที่ "หลอดไฟหน้า" รวมทั้งยังมีการ ตัดต่อของ Relay บางตัวในระบบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวไหน
ผมก็จัดการเช็คทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ เช่น ไดร์สตาร์ทก็ใหม่ ไดร์ชาร์จก็ทำมาแล้ว เปลี่ยนแบตเตอรี่ก็แล้ว สายเกียร์เปลี่ยนแล้ว ทุกอย่างก็ปกติดี สุดท้ายก็มาค้นเจอกระทู้ของคุณ Chuan เรื่อง " Xantia 95 Start ติดบ้าง ไม่ติดบ้าง" ซึ่งปัญหาของรถผมก็คล้าย ๆ กัน ซึ่งก็มีพี่ ๆ หลายท่านให้คำแนะนำไว้ พอสรุปได้ว่าเป็นที่ "สวิทช์กุญแจ" และก็มีวิธีการอยู่ 5 ทางเลือกดังนี้

1
ถอด "สวิทช์กุญแจ" ออกมาทำความสะอาด อีกไม่นานก็เป็นอีก
2
เปลี่ยนเฉพาะ "สวิทช์กุญแจ" ใหม่แล้วใช้ลูกกุญแจ 2 ดอก ใช้เงินมาก มีโอกาศเป็นอีก
3
เปลี่ยน "สวิทช์กุญแจ" ใหม่แบบรอบคัน 6 ตัวแล้วใช้ลูกกุญแจ 1 ดอก ใช้เงินมาก ๆ...มีโอกาสเป็นอีก
4
ถอดเปลี่ยนชุด หน้าสัมผัสสวิทช์ สลับกับตัวเก่า ใช้เงินมาก มีโอกาสเป็นอีก
5
ดัดแปลง "สวิทช์กุญแจ" ให้ต่อร่วมกับ Relay ( ใช้เงินน้อย...โอกาสเป็นอีก มีแต่น้อย )

      จาก 5 แนวทาง ผมเลือกข้อ 5 ครับ.เพราะในการถอดและรื้อส่วนประกอบ และดูวิธีการทำงานของสวิทช์ฯ ทำให้พบว่ามีการไหลผ่านของกระแสไฟที่หน้าสัมผัสสวิทช์ ในอัตราที่สูงมากเพื่อจ่ายไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ
      ทั้งในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานแล้ว หรือในขณะที่มีการ บิด "สวิทช์กุญแจ" ในขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งกระแสไฟดังกล่าวก็จะทำให้เกิดการอาร์คที่หน้าสัมผัสของตัวสวิทช์ และส่งผลทำให้เกิด Oxide เคลือบอยู่บน หน้าสัมผัสของสวิทช์นั้นเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ๆ เพราะเมื่อออกแรงผ่านมือบิดลูกกุญแจหน้าสัมผัส ของสวิทช์ มีการเปลี่ยนตำแหน่งจากตัดวงจรมาเป็นต่อวงจรได้ช้ามาก
      เป็นผลทำให้จุดที่จะสัมผัสกันในตอนเริ่มต้นอาจจะต้องรับกระแสสูงไปแบบ 100% การอาร์คที่หน้าสัมผัสก็จะเกิดตอนนี้ล่ะบ่อยครั้งเข้า ก็จะทำให้ตัวสวิทช์มีปัญหาอย่างที่เกิดกับผมตอนนี้นี่เอง

      คิดไป คิดมาดัดแปลงใช้ Relay ในการทำหน้าที่สวิทช์หน้า สัมผัสที่ต้องรับภาระกระแสสูง ๆ ดีกว่า สวิทช์ก็ยังใช้ตัวเดิมได้ Relay มีปัญหาก็เปลี่ยน หลังจากที่ได้ทำการดัดแปลง และก็ใช้งานวิ่งทางไกลออกต่างจังหวัด วัดดวงกันไปเลย เกิดอะไรขึ้นยังไง ก็นอกเมือง.เพื่อนร่วมทางเดือดร้อนน้อยสุด.ระยะทาง 200 กม. ในช่วงเวลา 16:00 - 22:00 ใช้งาน แอร์ วิทยุ ไฟหน้า และระบบอื่น ๆ ได้อย่างปกติ และปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดในข้างต้นก็หายไป Happy มาก..

      แต่มีของแถมหม่คือ ".แอร์เย็นเกินไป" .ขนาดผมปรับพัดลมต่ำสุดและความเย็นไว้ที่ 24 ก็แล้ว ( ผมตัด Heater ในรถแล้ว ) อาจจะเป็นได้ว่าก่อนที่ผมจะทำการแก้ไขสวิทช์กระแสไฟที่จะจ่ายไปที่ "คลัชท์ของคอมแอร์" มันติด ๆ ขัด ไหลได้ไม่เต็มที่.เลยพาลทำให้ระบบแอร์ทำงานได้ไม่เต็มที่ตามที่ควรจะเป็น .เผื่อจะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรถคันอื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดปัญหาในตอนนี้หรืออีกไม่นานก็จะเกิดครับ

      ราคาเปลี่ยนของใหม่ ( เอกชัยฯ )

1. สวิทช๋กุญแจสตาร์ท 1 ตัว 3x,xx B.

2. สวิทช์กุญแจรอบคัน 6 ตัว 5x,xx B.

ราคาชุดดัดแปลง

1. Relay 12V/30A 4 ตัว 320 B.

2. สายไฟต่อวงจร 1.0 50 B.

3. Connecotr 50 B.

4. ท่อหด 40 B.

ที่มาข้อมูลอ้างอิง

1. CITROEN XANTIA 1993 to 1998 (K to S registration ) Petrol & Diesel ( Haynes )

2. Citroen & Peugeot Engine Management System & Fuel Injection Techbook ( Haynes )

3. www.citroenthai.org

4. http://peugeot.mainspot.net/wiring_diagram.shtml

PIC14_01


1. เริ่มวิธีการถอดตาม หัวข้อ YOUR DIY เรื่อง "ถอดเปลี่ยนหลอดไฟในหน้าปัด Xantia 2.0i Y/95 " แต่ไม่ต้องถอดหน้าปัด

2. หาตำแหน่งที่จะต้องถอด Connector 3 ตัวประกอบด้วย สีน้ำตาล, สีดำ และสีเทา

PIC14_02

3. ถอดหัวต่อ Connector ในจุด ( A ) , ( B ) และ ( C ) ออกตามลำดับ

4. ปลดล็อกตัวยึดสายไฟที่เชื่อมต่อเข้าหาตัว "สวิทช์กุญแจ" ออก

 

 

PIC14_03

5. ใส่ลูกกุญแจ ( B ) และบิดให้อยู่ในตำแหน่ง ระหว่าง S - A

6. ถ้าบิดลูกกุญแจ ( B ) ไม่ได้...ให้นำ "พวงมาลัยรถ" มาสวมลงบนแกนบังคับเหลี้ยว และออกแรงขยับ ซ้ายหรือขวา พร้อมทั้งให้บิดลูกกุญแจ ไปนำตำแหน่งที่ต้องการ

 

pic14_04

7. ใช้ประแจแหวนเบอร#7 คลายน็อตในตำแหน่ง A ออก โดยที่ลูกกุญแจยังอยู่ในตำแหน่งระหว่าง S - A
ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่สามารถ ใช้ลูกกุญแจล็อกกับตัว "สวิทช์กุญแจ" ทำให้สามารถดึกตัวแม่ออกมาได้ทั้งตัว

 

PIC14_05

8. ใช้แท่งเหล็กหรือไขควง กดและดันให้สลักล็อก "สวิทช์กุญแจ" ถอยเข้าไปด้านใน ที่จุด ( A )

9. ออกแรงดึงตัวลูกกุญแจ...ตัว "สวิทช์กุญแจ" ก็จะเคลื่อนตัวออกตามแรงดึง ที่จุด ( B )

 

 

PIC14_06

.ตัว "สวิทช์กุญแจ" เมื่อถูกดึงออกมาแล้ว

 

 

 

PIC14_07

10 ค่อย ๆ สอดหัวต่อ Connector ออกมาจากช่องยึด "สวิทช์กุญแจ" ทีละตัว จนครบทั้ง 3 ตัว ...ถึงตรงนี้ สามารถใช้วิธีการ ที่ 2 และ 3 คือ 2. เปลี่ยนเฉพาะ "สวิทช์กุญแจ" ใหม่แล้วใช้ลูกกุญแจ 2 ดอก 3. เปลี่ยน "สวิทช์กุญแจ" ใหม่แบบรอบคัน 6 ตัวแล้วใช้ลูกกุญแจ 1 ดอก "ผมเลือกวิธีที่ 5 ต้องแยกชิ้นส่วนต่อครับ"

 

PIC14_08

11 ใช้ไขควงหัวจีบ เบอร์# T9 ( Torx Key #T9 ) คลายน็อตล็อก "สายไฟ" ในตำแหน่ง ( A ) และ ( B )

12. ใช้ไขควงหัวจีบ เบอร์# T9 ( Torx Key #T9 ) คลายน็อตล็อก "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" ในตำแหน่ง ( C )

 

 

PIC14_09

13 ทำการถอดแยกชิ้นส่วน "ชุดสลักสวิทช์กุญแจ" ในรูปคือ ( A ) ออกจาก "ชุกหน้าสัมผัสสวิทช์" ในรูปคือ ( B ) และเก็บชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ดีจะได้ไม่หล่นหาย ...ถึงตรงนี้ สามารถใช้วิธีการ ที่ 4 คือ 4. ถอดเปลี่ยนชุด "หน้าสัมผัสสวิทช์" สลับกับตัวเก่า และใช้ ลูกกุญแจดองเดิมได้ แต่ต้องดูความเข้ากันได้ ของสลักที่ใช้ในการบิดแกน"ชุดสลักสวิทช์กุญแจ" ...เช่นเคย...ผมเลือกวิธีที่ 5 ต้องแยกชิ้นส่วนต่อครับ....

 

 

 

PIC14_10

14 ดึง "แกนลูกบึด" ของ "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" ออกมา...ระวังเม็ดลูกปืนที่ทำมากจากแก้ว จะหายด้วย และเก็บไว้ให้ดี

 

 

PIC14_11

ในรูปที่จุด ( B ) จะเป็น เม็ดลูกปืนแก้ว 4 เม็ด ซึ่งเป็นตัวดันให้หน้าสัมผัสฯ ทั้ง 4 ส่วนให้เกิดการเคลื่อนที่ ตัดวงจร หรือ ต่อวงจร จากการบิดหรือหมุดที่ "แกนลูกบิด" ในจุด ( A ) ผ่านตัวลูกกุญแจ

 

 

 

PIC14_12

15. ค่อย ๆ ออกแรงงัด หลักล็อกในจุด ( C ) และ ( D ) เพื่อทำการถอด "ฝาครอบชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" ในจุด E ออกจาก "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" เมื่อถอดฝาครอบฯ แล้วเห็นดังนี้

ในรูปที่จุด ( A ) เป็น "สปริงโค้ง" ที่ใช้สร้างแรงกดระหว่าง "ฝาครอบชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" กับตัว "หน้าสัมผัสทองแดง" ตามรูปในจุด ( B ) จะสังเกตเห็นได้ว่า เขม่า Oxide ที่เกิดจากการใช้งาน จะเคลือบอยู่บนผิว ของตัว "หน้าสัมผัสทองแดง" ในจุด ( B ) และที่ตัว "ชุดสายไฟตัวนำ" ในจุด ( C ) ซึ่งก่อนที่ผมจะทำการถอดแยกชิ้น ผมได้ทดลองวัดค่าความต้านทานของ "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" ในตำแหน่งต่าง ๆ เมื่อบิดลูกกุญแจ...ทำให้พบว่าจะมีค่าความ ต้านเกิดขึ้นที่ระหว่าง หน้าสัมผัสฯ ทั้งสองด้าน จนบางครั้งได้ค่าเกือบ 10 K OHM หรือมากก่าว...ผมต้องออกแรงขยับลูกกุญแจ หน่อยหนึ่งหรือ เคาะเบา ๆ ที่ตัว "สวิทช์กุญแจ" จึงจะวัดค่าความต้านทานที่ได้ต่ำลง

มิน่าเวลา สตาร์ทเครื่อง ถึงได้บิดหาย บิดหาย

 

 

 

PIC14_13

16. ล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ...ถึงตรงนี้ สามารถใช้วิธีการ ที่ 1 คือ 1. ถอด "สวิทช์กุญแจ" ออกมาทำความสะอาด...ซึ่งก็พอแก้ขัดได้...แต่อีกไม่นานก็เป็นอีก

ยังไม่จบ...ผมเลือกวิธีที่ 5 ต้องดัดแปลง "สวิทช์กุญแจ" ให้ต่อร่วมกับ Relay...ใช้เงินน้อย...ทำการ ตัดวงจร และต่อวงจร ได้เร็วมาก ทำให้มีโอกาศเกิดการอาร์คและเกิด Oxide ที่หน้าสัมผัสของ Relay ได้น้อยมาก และที่หน้าสัมผัสสวิทช์กุญแจ เองก็เช่นเดียว...เพราะ Relay ต้องการกระแสไฟประมาณ 140 mA. ในการหสร้างแรงดูดให้หน้าสัมผัสของ Relay เกิดการ เคลื่อนตัวไปในตำแหน่ง ต่อวงจร...ด้วยกระแสที่น้อยนี้เอง ทำให้หน้าสัทผัสสวิทช์กุญแจ รับภาระกระแสไฟที่น้อยตามไปด้วย การอาร์ค ที่หน้าสัมผัสสวิทช์ จึงไม่รุนแรงหรือแทบจะไม่เกิดเลย ในขณะที่มีการบิคลูกกุญแจ

Relay BOSCH "0-332-019-150"

Coil Resistance (CR) = 87 OHM VBAT = 12V Relay

Current = VBAT/CR => 12V/ 87 OHM => 0.1379 A. ( 138 mA )

 

 

 

PIC14_14

17. ตัดลวดเชื่อมทองเหลือง ขนาด 2.6 มม. หรือเท่ากับขนาดของตัวนำเดิม ให้ยาวประมาณ 26 มม ตามรูปในจุด ( A ) เพื่อนำมาแทน "ชุดสายไฟตัวนำ" ในจุด ( B )

18. ตัดสายไฟขนาด 1x1.0 ยาวประมาณ 25 ซม. จำนวน 6 เส้นดังนี้ สายสีแดง 4 เส้นและสีขาว 2 เส้น ปอกฉนวน ที่ปลายสายไฟทั้งสองด้าน ยาวประมาณ 0.5 ซม.

19. บัดกรีสายไฟที่เตรียมไว้ ทั้ง 6 เส้นเข้าที่ปลายด้านหนึ่ง ของตัวลวดเชื่อมทองเหลืองแต่ละอัน ที่ได้ตัดไว้ตาม ขนาดที่ต้องการแล้ว

20. ใช้ท่อหดหุ้มตรงจุดบัดกรี เพื่อเก็บรายละเอียด ... ในรูปตรงจุด ( B ) จะเป็นลักษณะตัวนำเดิม ซึ่งจะใช้การปอกเปลือกฉนวนออก ยั้มหัวดัวยแหวนทองแดง เพื่อไม่ให้สายไฟแตกเป็นฝอย...ทาง Valeo น่าจะเลือกใช้วัสดุที่ดีกว่านี้มาทำ

 

 

 

PIC14_15

21.ประกอบ "ชุดสายไฟตัวนำ" ที่ดัดแปลงแล้วเข้ากับ "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" เรียงสีตามรูปภาพ โดยให้นำฉนวน ที่ได้จาการตัดและปอกสอย "ชุดสายไฟตัวนำ" บางส่วนซึ่งจะมีขนาดพอดี...โดยจะสวมเข้าไปในตำแหน่งหัวท้าย ตามรูปในจุด ( A ) และ ( A')...เหตุผลที่ต้องทำในลักษณะนี้ก็เนื่องจาก "ชุดสายไฟตัวนำ" ในรูป PIC14_14 จะ มีการเข้าหัวที่ปลายสายไฟ ด้วยหางปลาที่นูนขึ้น พอดีกับตัว ฉนวนหุ้มสายไฟ เพื่รักษาระดับของแกนทองแดง ให้อยู่ในระนาบเดียวกันตลอด...แต่ในการบัดกรีสายไฟเข้ากับลวดทองเหลืองมันจะไม่เรียบเสมอกัน และยังมีการ หุ้มด้วยท่อหดอีกต่างหาก จึงจำเป็นที่จะต้องชดเชยในจุดนี้เพื่อให้มีลักษณะการทำงานที่ใกล้เคียงกับของเดิมมาก ที่สุด ...ก่อนหน้านี่ ผมไม่ได้ใส่ ฉนวน ที่ตัวลวดทองเหลือง พอประกอบชิ้นส่วนทุกอย่างกลับเข้าที่แล้ว ก็ทดลองบิดลูก กุญแจและใช้มิเตอร์ฯ วัดแบบต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบการทำงาน...ก็พบว่ามันให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีและไม่มั่นใจ เท่ากับการใส่ฉนวนครับ

 

 

PIC14_16

22.ทาจาระบีขาว บาง ๆ บนตัว "แกนลูกบิด" ในจุด ( A ) และใส่กลับเข้าไป "ชุดสายไฟตัวนำ"

23. ใส่ลูกปืนแก้ว ลงในตำแหน่งที่มี "หน้าสัมผัสทองแดง" ตามรูปในจุด ( B ) ปรากฏอยู่ ทั้ง 4 ตำแหน่ง

24 ใส่ "หน้าสัมผัสทองแดง" ตามจุดต่าง ๆ 4 จุด ตามรูปในจุด ( C )

 

 

PIC14_17

ลักษณะการทำงานของหน้าสัมผัสสวิทช์ ใน Sec:A หน้าสัมผัส ( B ) จะถูกลูกปืนแก้ว ( C ) ดันไว้ให้หน้าสัมผัสแยกจากตัวนำ ( A ) และ ( A') เนื่องจาก ตัวลูกปืนแก้วไม่ได้อยู่ในร่อง

ใน Sec: B หน้าสัมผัส ( B ) จะไม่ถูกลูกปืนแก้ว ( C ) ดันทำให้ หน้าสัมผัส ( B ) ต่อวงจรกับตัวนำ ( A ) และ ( A' ) ซึ่งแรงกดจะมาจากสปริงตามรูปใน PIC14_12

 

 

PIC14_18

25.ประกอบ "ฝาครอบชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" เข้ากับ "ชุดหน้าสัมผัสสวิทช์" ตามรูปในจุด ( B )

26. ใช้คีบปากแหลม จับที่ปลายของ "สปริงโค้ง" ในรูปที่จุด ( A ) และดันเข้าไปในรูที่ตรงกับตำแหน่งของ "หน้าสัมผัสทองแดง" ตามจุดต่าง ๆ 4 จุด ตามรูปในจุด ( A' )

 

 

PIC14_19

วงจรภายในของ หน้าสัมผัสสวิทช์ จะมีการต่อให้กับโหลดดังนี้ ( เท่าที่ผมมีข้อมูลครับ )

CA00/1= F20 ( 30A ) Heater Blower Air ( Power Supply )

F23 ( 10A ) Heated rear window switch, heaterd seat switchs

CA00/2= F2 ( 5A ) Coded Anti-Theft keypad, instrument panel lighting rheostat, instruments, "lights-on" warning system, washer fluid sensor, automatic heating relay.

F3 ( 10A ) Reversing lighe, colling fan, diagnostic socket.

F12 ( 10A ) Heating, air conditioning, cruise control, "Hydractive" suspension, alarm system, alarm siren, instruments.

CA00/3= F22 ( 20A ) Tailgate wiper

F24 ( 30A ) Windscreen wiper, lighting, automatic gearbox.

F28 ( 15A ) Sunroof control, rear wiper isolator, direction indicators, instruments, "STOP" and brake pad wear warning lights, ABS, cruise control

F30 ( 15A ) Map reading lights, vanity mirror light ,glovebox light, electric seat control, electric window switches, electric mirror switch,

CA00/4 = Engine Start Circuit.

โดยรวมแล้วก็จะมีการไหลของกระแสที่สูงผ่านส่วน CA00/2 และ CA00/3 เป็นหลัก...ทำให้มีโอกาสเกิด Oxide ที่หน้าสัมผัสได้ง่าย และก็จะส่งผลถึงส่วน CA00/4 จะใช้งานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะมีการเชื่อมต่อในลักษณะต่อ เนื่องบนตัวนำเดียวกัน ผมคิดว่าการใช้ Relay มาช่วยตรงนี้น่าแก้จะปัญหาได้

PIC14_20

วงจรที่ผมดัดแปลงนำเอา Relay 12V 30A มาทำหน้าที่แทนหน้าสัมผัสสวิทช์กุญแจ เพื่อเป็นการลดภาระที่ "หน้าสัมผัสทองแดง" ของตัว "สวิทช์กุญแจ" ผมหาได้ Relay ของ BOSCH ( แท้หรือเปล่าไม่รู้ ) และตัด ต่อสายของให้ CON1, CON2, CON3 ยังใช้สายเดิม ส่วนปลายอีกด้านก็ต่อเข้าวงจร Relay และด้านที่ต่อ เข้ากับ "ชุดสายไฟตัวนำ" ก็ใช้สายไฟชุดใหม่แทน

 

 

PIC14_21

27.ต่อวงจรตามที่ได้ออกแบบไว้ ตามรูปที่ PIC14_20 แยกเป็น 2 ส่วน ( A ) = ส่วน ชุดสวิทช์กุญแจ ( B ) = ส่วน Relay เพิ่มเติม

28.ทดสอบเบื้องการทำงานเบื่องต้น ร่วมกับชุดกุญแจ ( ถ้าผิดพลาดก็ทำการแก้ไข )

29.ประกอบชิ้นส่วนและวงจรเพิ่มเติม เข้ากับตัวรถ และตรวจสอบความถูกต้อง

30.ทดลองใช้งาน

( ผมไม่มีเวลาให้ทดลองมาก ต้องนำรถไปวิ่งทางไกลเลย ก็ไม่มีปัญหาอะไร และใช้งานได้ดีครับ )

Home
Last update : 28 May 2007
Very thank you for Mr.Fusion for his picture.

Very thank for ToyNET for his revised circuit diagram.

Macromedia Flash animation by webAdmin.