รูปการถอดประกอบไดชาร์จในรถซองเทีย

ภาค#1 : - Removal Hydraulic Pump 6+2


- Removal Alternarot Valeo
- Refitting and Calibration.
      หลังจากที่ผมศึกษาข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ในระบบไฮฯ ของรถ Citroen Xantia     อายุประมาณนี้และเรียงลำดับว่าจะต้องปรับปรุงใน ส่วนใดก่อนหรือหลังดีซึ่งก็พบว่าถังเก็บ ท่อดูด+ไหลกลับก็เปลี่ยนแล้ว แต่ปั้มไฮฯ ผมยังไม่ได้ทำ ซึ่งที่ตัวปั้มไฮฯ ก็มีน้ำมัน LHM รั้วซึมออก มาพอสมควรโดยการมองจากด้านบนลงไปครับ
      แต่หลังจากที่ได้ตัดสินใจลงมือถอดปั้มไฮฯ ก็พบว่าน้ำมัน LHM ที่รั่วซึมออกมา ได้ไหลเข้า ไปในตัว Alternator ( Valeo ) ซึ่งติดตั้งอยู่ในตำแหน่งใต้ปั้มไฮฯ พอดี       และน้ำมัน LHM อีกส่วนหนึ่งยังได้ไหลไปเลอะเทอะตัวเครื่องยนต์และ คอมแอร์ รวมจนถึงตัวสายพานด้วย แต่ที่สำคัญคือตัว Alternator ครับ
      หลังจากพิจารณาแล้วผมเห็นว่าคงต้องถอดตัว Alternator ออกมา ทำความสะอาดทั้งตัวและเปลี่ยนแปรงถ่าน[1] และลูกปืน [2] ไปด้วย เลยทีเดียว และในขั้นตอนถอดนี้เองไม่ว่าด้วยอายุของสายพานหรือผม อาจจะพลาดเองก็เป็นได้ทำให้มีรอยแตกเกิดขึ้นบนสายพาน ผมก็เลย ต้องเปลี่ยนสายพานด้วยครับ
      หลังจากที่ได้ทดลองใช้รถมาได้ 2 อาทิตย์หรือเกือบ 400 กม.ใน เมืองเป็นหลักก็ใช้งานได้ดีครับ      ไม่มีอะไรผิดปกติครับ

[1]

      ถอดประกอบครั้งที่ 1 ผม Overhaul ปั้มไฮฯ และทำความสะอาดตัว Alternator+เปลี่ยน "แปรงถ่าน" เท่านั้น และไม่ได้เปลี่ยนลูกปืนใน Alternator เพราะผมทดลองหมุนแล้วมีเสียงดัง..แครกๆ ๆ ๆ เบา ๆ ผมเข้าใจว่ายังใช้ได้      แต่หลังจากประกอบทุกอย่างกลับเข้าที่และนำ รถไปใช้งานได้ 1 อาทิตย์ พบว่ามีเสียง     แครก ๆ ๆ ดังผิดปกติออกมา จากตัว Alternator ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงานและที่ตัวถัง Alternator จะร้อนมาก ๆ แบบว่าผิดปกติเลยครับ
      ผมเข้าใจว่าลูกปืนมันอาจจะฝืดมากรวมทั้งยังมี อากาศอยู่ในระบบไฮฯ มากด้วยแม้ว่าผมไล่ลมในระบบ 3 ครั้ง ๆ ละประมาณ 10 นาที โดยดูที่ถังเก็บ LHM ประกอบตอนไล่ลม ก็ยังเห็นมีฟองอากาศปนออกมามากอยู่ดีในช่วงแรกและค่อย ๆ ลดลง ไปจนหมด แต่พอขันแน่นสกรูไล่ลม ... รอจนไฟ STOP ดับ...ไล่ลมอีกที ...ฟองอากาศมาอีกแล้ว...ผมเข้าใจว่าที่ตัวปั้มไฮฯ เองน่าจะมีช่องว่าง ให้ อากาศ แทรกตัวอยู่มากเนื่องจากตอนประกอบท่อน้ำมัน LHM ต่าง ๆ เข้าที่ตัวปั้ม ผมไม่ได้ไล่ลมหรือกรอกน้ำมัน LHM ที่ท่อดูดก่อนประกอบ

[2]

      ถอดประกอบครั้งที่ 2 ไล่ลมในปั้มไฮฯ ก่อนต่อท่อน้ำมันต่าง ๆ และ ทำความสะอาด Alternator + เปลี่ยนลูกปืนตัวหน้า + เปลี่ยนลูกปืน ตัวหลัง + เปลี่ยนบูชลูกปืนตัวหลัง เปลี่ยนลูกรอก ตัวบน และตัวล่าง + เปลี่ยนตุ้มกลาง
      ผมไม่มั่นใจว่าตุ้มตัวเก่าแตกหรือแก๊ซรั่ว เข้ามาในระบบไฮฯ จึงทำให้ไล่ลมออกมาไม่หมดง่าย ๆ
 

[3]

      แรงที่ใช้ในการเซ็ต ประแจปอนด์ อาจจะไม่ครบ เพราะ ตัว Adaptor ผมมันพังซ่ะก่อน เลยไม่สามารถวัดแรงบิดน็อตได้ครบทุกตัว...อาศัย จำแรงบิดน็อตตอนถอด...พอตอนใส่น็อตกลับก็ขันน็อตให้แน่นตามนั้น...

สรุปค่าใช้จ่าย

1. ค่าสายพาน Hatchinson "POLY V : 1658 K6 570 B.
2. ค่าลูกรอกสานพาน ตัวบนและตัวล่าง 1,040 B.
3. ค่าตุ้มกลาง ( Main Acc. Sphere 62 +5/-32 bars ) 1,910 B.
4. ค่าเครื่องมือ
4.1 Oil-Pressure Gauge + Adaptor 1,000 B.
4.2 Torx Bit #T50 180 B.
4.3 Socket #24 110 B.
4.4 Bearing Puller 19-35mm 230 B.
4.5 โต็ะทำงาน + ปากกาจับชิ้นงาน 2,700 B.
4.6 ชุดบานหัวท่อ 380 B.
( ผมไปซื้อเครื่องมือที่ร้าน ชุมแสง ย่านคลองถมครับ ของดีและราคาถูก )

ที่มาข้อมูล
- http://www.citroenthai.org/
- http://geocities.com/cholathee2000/index.html
- http://www.vlovepeugeot.com
- http://citroen.podolsk.ru/
- http://rammstein.dfmk.hu/~xminfo/
- หนังสือ "Citroen Xantia 1993 to 1998 Haynes Service and Repair Manual"

ผลการ Overhaul

ก่อนทำ
Hi Pressure pump - Cut-In Pressure ( 2 piston ) = - - Cut-Out pressure ( 2 piston ) = 155 - 160 bars. - Pressure ( 6 piston ) = -

Alternator - แรงดันก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ( ON ) = 12.40 Volt.
- แรงดันขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ ( START) = 11.11 Volt.
- แรงดันหลังสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว ( ON ) = 14.44 Volt.

<หลังทำ>
ไม่สามารถอ่านค่าได้ถูกต้อง...เนื่องจากตัว Gauge ที่ผมใช้มัน พังซะก่อนเพราะลักษณะการทำงานของตัวดีลองเตอร์ที่มีการตัดต่อ ที่แรงดันสูงในช่วง Cut-In แบบทันทีทันใด...ได้ส่งผมให้ตัว Gauge พัง( อ่านค่าได้แต่ไม่ถูกต้อง )
      ผมข้องใจมาหลายวันตั้งแต่ตอนที่ติดประกอบปั้มไฮฯ กลับเข้ารถ และวัดแรงดันน้ำมันที่ออกจากปั้มไฮฯ แล้วได้ผลออกมาแปลก ๆ วันนี้ได้โอกาศก็เลยเดินไปปรึกษาพี่ที่ร้านขาย Pressure Gauge ให้ผม ซึ่งผมก็ได้อธิบายซ่ะยืดยาว...จนพี่คนขายเข้าใจและอธิบาย ให้ผมฟังว่า ตัว Gauge ที่ผมใช้เหมาะกับการวัดแรงดันที่มีการเปลี่ยน แปลงแบบเชิงเส้น คือ ค่อย ๆ เพิ่มหรือลดแรงดัน แต่ในรถผมมันมี การตัดต่อของดีลองเตอร์ แบบไม่เป็นเชิงเส้นคือตัดแรงดันทันที หรือ ต่อแรงดันทันที ในขณะที่แรงดันน้ำมันยังสูงอยู่ซึ่งส่งผลให้ตัว Gauge เสียหายและไม่สามารถอ่านค่าที่ถูกต้องได้
      เอาไว้ผมหาวิธีวัดแรงดันน้ำมันในระบบฯ ที่ดีกว่านี้ได้ค่อยหาตัว Pressure Gauge ตัวใหม่มาลองวัดแรงดันน้ำมันฯ อีกทีครับ
Hi pressure pump
- Cut-In Pressure ( 2 piston ) = xxx (90 bar, error )
- Cut-Out pressure ( 2 piston ) = xxx (110 bar, error)
- Pressure ( 6 piston ) = xxx
Alternator
- แรงดันก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ( ON ) = 12.44 Volt.
- แรงดันขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ ( START) = 10.95 Volt.
- แรงดันหลังสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว ( ON ) = 14.42 Volt.





PIC#1-1 + วัดแรงดันน้ำมันในระบบฯ

1. จอดรถในที่เหมาะแก่การทำงาน ใช้ไม้หมอนหนุนล้อที่ด้านหน้า และหลังแทนการใส่เบรคมือหป้องกันรถไหล
2. การวัดแรงดันน้ำมัน LHM ในระบบไฮฯ ( ถ้าไม่ทำก็ข้ามไปที่ข้อ 3 )
    2.1 ปรับระดับให้รถอยู่ในระดับต่ำสุด...ดับเครื่องยนต์
    2.2 คลาย "สกรูไล่ลม" ที่ดีลองเตอร์ ด้วยประแจเบอร์#12 ประมาณ 1-1.5 รอบ
    2.3 ติดตั้งชุดวัดแรงดันฯ ที่ออกจากปั้มไฮฯ แทนที่ท่อแรงดันสูงใน ชุด 2 สูบ [A] หรือ 6 สูบ [B] อย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนเข้าตัว ดีลองเตอร์หรือชุดแร็คพวงมาลัย
    2.4 ติดเครื่องยนต์ รอบเดินเบา...รอประมาณ 0.5 นาที
    2.5 อ่านค่าแรงดันน้ำมันจาก ชุดวัดแรงดัน ( 0 bars )
    2.6 ขันน็อต "สกรูไล่ลม" ให้แน่น แรงดันในระบบไฮฯจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึงจุด Cut-Out ดีลองเตอร์ก็จะ by-pass น้ำมันให้ ไหลกลับไปที่ถังเก็บ LHM, ให้บันทึกค่าไว้
    ค่าแรงดันตามคู่มือ Haynes..
 - Cut-In pressure = 145 +/-5 bars
 - Cut-Out pressure = 170 +/-5 bars
   * ถ้าไม่ดูจุด Cut-In ก็ให้ข้ามไปข้อ 2.8 เพราะตัว Pressure Gauge ผมพังตรงจุดนี้ คือในข้อ 2.7 ครับ.
    2.7 รอจนแรงดันในระบบไฮฯ ลดลงจนตัวปั้มไฮฯ เริ่มทำงาน ซึ่งเป็นช่วง Cut-In ให้บันทึกค่าใว้ ( ผมไม่ได้บันทึกครับ )
    2.8 คลาย "สกรูไล่ลม"....รอ....ดับเครื่องยนต์
    2.9 ถอดชุดวัดแรงดันฯ ใส่ท่อแรงดันสูงกลับเข้าที่เดิม
    2.10 กลับไปทำในข้อ 2.2 เมื่อต้องการในจุดอื่น
3. ปรับระดับรถให้อยู่ในระดับสูงสุด...ดับเครื่องยนต์
4. ใช้แม่แรงคั้มยันใต้ท้องรถ 3 ตัวใกล้ ๆ บริเวณล้อหน้า ทั้งซ้าย และขวาข้างละ 1จุดและด้านหลัง 1 จุด ( ผมมีแม่แรงอยู่ 3 - ตัวเลยทำแบบนี้ครับ )
5. คลาย "สกรูไล่ลม" ที่ดีลองเตอร์ พอให้ได้ยินเสียงลมดัง ...รอจนเสียงลมหมดก็ขันแน่น "สกรูไล่ลม"
"สกรูไล่ลม" = Pressure Regulator Release Screw





PIC#1-2 + ถอดสายไฟ, ECU

6. ถอดสายไฟออกจาก "ขั้วลบแบตเตอรี่" ออกและจัดสายให้ เรียบร้อย
7. ถอดสายไฟที่ตัว Idle Speed Motor ที่จุด[B] และ Heating Element ที่จุด [A] ออก และถอด "สายคันเร่ง" ออกจาก "ตัวปีกผีเสื้อ" ที่จุด [C] เพื่อจะได้ง่ายในการถอดน็อตยึดปั้มไฮฯ
8. ถอดสายไฟออกจาก "สวิตช์แรงดัน" ที่จุด [D]
9. ถอดฝาครอบ กล่องยึด ECU ออก ในจุด [E]
10. ถอดสายไฟออกจากตัว ECU และ เก็บให้ไว้ในที่เหมาะสม
11. ถอดสายไฟออกจากตัว "รีเรย์ระบบหัวฉีด" และเก็บไว้ใน ที่เหมาะสม
  • "ขั้วลบแบตเตอรี่" = Battery Negative Lead
  • "สายคันเร่ง"= Accelerator Cable
  • "ตัวปีกผีเสื้อ"= Throttle Housing
  • "รีเรย์ระบบหัวฉีด" = Fuel injection system relay unit or Injection multi-function double relay.





    PIC#1-3

    11. คลายน็อตยึด กล่องยึด ECU + "รีเรย์ระบบหัวฉีด" ด้วย บล็อกเบอร#10 ที่จุด [A] และที่จุด [B]
    12. ยกตัวกล่องขึ้นและถอดท่อระบายน้ำ [C] ออกจากตัว- กล่องยึด ECU
    13. เก็บตัวฝาครอบ, กล่องยึด ECU และน็อตยึดใส่ถุงไว้ด้วยกัน





    PIC#1-4

    14. ถอดสายไฟที่เข้าตัว Alternator ออก 2 เส้นที่จุด [A] และ จุด [B] และพันด้วยฉนวน เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร
         ผมใช้ถุงพลาสติก+ยางรัดถุงแทนครับ ซื้อมายกถุงใหญ่ เพื่อเก็บน็อตและชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ได้ถอดออกมาเรียบร้อย ไม่หลงและ ชิ้นส่วนไม่หายด้วย
    15. คลายน็อตยึด "ตัวประกับท่อแรงดันสูง" ที่จุด [C] และ ที่จุด [D] ด้วยประแจปากตายเบอร#10 และ เบอร์#17 และ ใช้เศษผ้าวางในตำแหน่งใต้ปั้มไฮฯ และอยู่เหนือตัว Alternator
    16. ถอดตัว "กรองน้ำมันเครื่อง" ที่จุด [ E ] ออกและเก็บไว้ ควรหา ถาดรองน้ำมันเครื่องก่อนการถอด
  • "ตัวประกับท่อแรงดันสูง" = Pipe Bracket
  • "ท่อแรงดันสูง"= Hydraulic Tube
  • "กรองน้ำมันเครื่อง" = Oil Filter





    PIC#1-5

    17. คลายน็อตล็อก "ท่อแรงดันสูง" ขนาด 2 หุน ออกด้วย ประแจเบอร์#12 ที่จุด [A] และที่จุด [B] น้ำมันที่ไหลออก จากตัวปั้มไฮฯ เมื่อถอด "ท่อแรงดันสูง" ออกไปแล้วจะหยด ลงไปที่ผ้า ไม่เลอะเทอะดีครับ
    18. ใช้ถุงพลาสติกและยางรัดปลาย "ท่อแรงดันสูง" ที่ถอดออก มาทั้ง 2 ท่อ
    19. คลายเหล็กรัด "ท่อดูด" และถอด "ท่อดูด" ในจุด [C] ออก จากตัวปั้มไฮฯ
    20. ใช้ถุงพลาสติกและ ยางรัดปลาย "ท่อดูด" ที่ได้ถอดออกมา
    21. คลายน็อตเล็กยึดท่อดูดที่จุดยึดบนตัวปั้มไฮฯ ด้วยแระแจ เบอร์#10
    22. ดึงตัว "ฝาครอบสายพาน" [ D ] ออกในแนวดิ่ง คือต้องดึงขึ้น
    23. จัดเก็บตัว "ฝาครอบสายพาน" และน็อตยึดใส่ถุงให้เรียบร้อย
    "ท่อดูด" = Suction Tube
    "ฝาครอบสายพาน" = Pulley Protector





    PIC#1-6

    24. ถอดล้อหน้าด้านขวาออก ( ด้านคนขับ ) และสอดล้อที่ถอด ไว้ใต้ท้องรถกันเหตุผิดพลาด
    25. ใช้ประแจเบอร์#10 คลายน็อตยึด"แผ่นพลาสติก" 5 จุดออก ที่จุด [A]-[B]-[C]-[D]-[E]
    26. ใช้ไขควงแบน งัดจุกพลาสติกยึด"แผ่นพลาสติก" 2 จุดออก ที่จุด [F] และ [G]
    27. ถอด"แผ่นพลาสติก"ออกมา และเก็บไว้รวมกับน็อตที่ได้ถอดมา "แผ่นพลาสติก" = Wheelarch Plastic Liner





    PIC#1-7

    28. ใช้ข้อต่อบล็อกสี่เหลี่ยมขนาด#9mm. และด้ามบล็อก [X] สอดไปที่จุดหมุนของ "ตัวปรับความตึงสายพาน" ที่จุด [A]
    29. ใช้ไม้หรือด้ามบล็อก งัดกับตัวเครื่องนต์ในตำแหน่งที่แข็งแรง กดลงให้ตัวด้ามบล็อก [X] หมุนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ซึ่ง "ตัวปรับความตึงสายพาน" จะหมุนตามไปทิศนี้ด้วย
    30. พร้อมกันนั้นใช้ "แท่งเหล็ก" ยาวและกลมขนาด 4 มม. สอด เข้าไปในจุด [B] เพื่อล๊อก "ตัวปรับความตึงสายพาน" ให้อยู่ ในตำแหน่งไม่กด "สายพาน"
    31. หย่อน "สายพาน" ไว้ในตำแหน่งที่จะถอดได้ง่าย [ E ]
    32. คลายน็อตเบอร์#13 ที่จุด [C] และที่จุด [D] < Torque wrench setting = 25 lbf ft >
    33. ถอด "ตัวปรับความตึงสายพาน" เก็บไว้พร้อมกับน็อตที่ได้ ถอดออกมา
    34. ประกอบล้อหน้าขวา กลับเข้าที่ เนื่องจากในการ Overhaul ปั้มไฮฯ และ Alternator ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งตัวรถต้อง ยกสูงไว้พร้อมทั้งมีแม่แรง เป็นตัวช่วยพยุงไว้รถจะได้ไม่ยุบ และปลอดภัยด้วยครับ
    "สายพาน" = Drivebelt
    "ตัวปรับความตึงสายพาน" = Automatic Tensioner Roller
    "แท่งเหล็ก" = Rod





    PIC#1-8

    -- แนวสายพาน ( drivebelt Arrangement ) ที่มี "ตัวปรับความ ตึงสายพานอัตโนมัติ" ในรถ Citroen Xantia 2.0i Y95 และมี ทิศทางการหมุน เป็นแบบตามเข็มนาฬิกา





    PIC#1-9

    35. คลายน็อตยึดเหล็กยึดฝาครอบสายพานเบอร์#10 ที่จุด [A] ด้วยประแจปากตายเบอร์#10 ที่มีความยาวกว่าปกติ 1.5-2 เท่า เพราะตัวน็อตอยู่ลึกนิดหนึ่ง และ ใช้ไขควงแบนที่มียาวพอใช้ เขี่ยหัวน็อตให้หมุนคลายตัวออกก็จะง่ายครับ
    36. คลายน็อตเบอร์#13 ที่จุด [B] ด้วยประแจปากตายเบอร#13 ถอดเหล็กยึดฝาครอบสายพานและตัวน็อตเก็บใส่ถุงไว้





    PIC#1-10

    37. คลาย "น็อตยึดตัวปั้มไฮฯ " ด้วยบล็อกหกเหลี่ยมเบอร์#6 และ ประแจเบอร์#13 ที่จุด [A] และจุด [B] ที่จุด [A] ต้องหมุนตัว ลูกรอกปั้มไฮฯ เพื่อการสอดประแจหกเหลี่ยมและใช้ประแจปาก ตายเบอร์#13 ช่วยจับในจุด [B] ไม่ให้น็อตหมุนตาม
    < Torqur wrench setting = 30 lbf ft >
    38. คลาย "น๊อตยึดตัวปั้มไฮฯ ตัวบน" ด้วยบล็อกหกเหลี่ยมเบอร์#6 ที่จุด [C]
    < Torque wrench setting = 30 lbf ft >
    39. เก็บน็อตที่ถอดออกใส่ถุงไว้ ยกตัวปั้มไฮฯ ออกจากห้องเครื่อง เพื่อรอการนำไป Overhaul
    "น็อตยึดตัวปั้มไฮฯ" = Hydraulic Pump Mounting Through-Bolt





    PIC#1-11

    40. ใช้ประแจเบอร์#13 คลานน็อตยึดแท่น Alternator ทึ่จุด [A] ออก
    41. ใช้บล็อกหกเหลี่ยมเบอร์#6 คลายน็อตยึดแทนฯ ที่จุด [B] และจุด [C] ออก
    42. ใช้ประแจ L หกเหลี่ยมเบอร์#6 หรือ Torx เบอร์#T40 คลาย น็อตยึดแท่นฯ ที่จุด [D] ...ออกยากนิดหนึ่ง ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำครับ...เหตุที่ต้องถอดปั้มไฮฯ ออกมาก่อนก็เพราะจะได้มีพื้น ที่ว่างในการสอดประแจไปที่ตัวน็อตได้ครับ
    * ตอนประกอบกลับ ต้องทากาวกันคลาย ที่เกลียวของตัวน็อตด้วย





    PIC#1-12

    43. ปลด "สายพาน" ออกจากแนว
    44. ยก "ตัวแทนยึด Alternator" ออกมาจากห้องเครื่องทั้งชุด
    45. ดึง "สายพาน" ออกมาและตรวจสอบหารอยแตกรอยขาด ถ้ามีก็จะได้เปลี่ยน "สานพาน" เส้นใหม่ ถ้ายังดีอยู่ก็เก็บไว้ รวมกับน็อตที่ได้ถอดออกมาด้วย
    46. ใช้บล็อกหกเหลี่ยมเบอร์#6 คลายน็อตยึด "ลูกรอกสาย- พานตัวบน" ในจุด [ A ]
    ...ในรถผม เส้นรอบวงลูกรอกมันสึกหายไปประมาณ 1 มม. เมื่อเทียบกับของใหม่และตัวลูกปืนก็ไม่ค่อยดีแล้ว
    47. ใช้ประแจบล็อกเบอร์#19 หรือประแจแหวนเบอร์#19 คลาย น็อตยึดตัว Alternator ออกจากตัวแท่นยึดที่จุด [B]





    PIC#1-13

    .....ในกรณีที่ตัวน็อตในข้อ 47. มีการหมุนตาม
    48. ใช้สว่านไฟฟ้าเลือกดอกสว่านขนาดประมาณ 3~4 มม. เจาะลงไปยังตำแหน่ง [A] ลงไปลึกประมาณ 4~5 มม. ก่ะว่า ลึกลงไปใน "ตัวบูช" พอประมาณแค่นั้นหยุด
    49. ถอดดอกสว่านที่ใช้เจาะกลับเป็นอีกด้านหรือใช้แท่งเหล็กขนาด เดียวกันสอดเข้าไปในรูที่ได้เจาะไว้ เพื่อเป็นการกันการหมุนตาม ในการคลายน็อตยึดตัว Alternatorออกจาก "แท่นยึดฯ" ในข้อ 47
    ...ตอนถอดครั้งที่#1 ผมทำติดตรงน็อตหมุนตามและถอดไม่ออก จึงหยุด....เลยต้องเหนื่อย 2 รอบ
    50. เก็บน็อตที่ถอดออกไว้
    51. ถอดตัว Alternator ออกจากแท่นยึดฯ เพื่อรอการเอาไป Overhaul
    52. ใส่ "กรองน้ำมันเครื่อง" กลับเข้าที่เดิม
    53. ตรวจสอบความเรียบร้อยในห้องเครื่อง ไม่มีสายไฟที่ได้ถอดออก มาไปช็อต กับตัวเครื่อง
    54. ใส่ "ขั้วลบแบตเตอรี่" กลับเข้าที่ และก็สามารถล็อกรถได้ ...ถ้าไม่มีความจำเป็นว่าต้องล็อกรถก็ไม่จำเป็นต้องใส่ "ขั้วลบแบตเตอรี่" ก็ได้ครับ
    "ตัวแทนยึด Alternator" = Alternator Bracket




    PIC#1-14

    ...หลังจากที่ได้ถอดชิ้นส่วนที่ต้องการออกมาแล้วก็ไปดำเนินการได้ ปรับปรุงและทดสอบเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วก็จะนำมาประกอบชิ้นส่วน ต่าง ๆ เข้าที่เดิม **รูปเดิมใช้ 14
    เริ่มจากตัวลูกรอกก่อนเลย
    [A] = ลูกรอกตัวใหม่ ติดตั้งบนชุด ปรับความตึงสายพาน
    [B] = ลูกรอกตัวเก่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลดลงไปประมาณ 1 มม.
    [C] = รอยแตกบนสายพาน ( เกิดขึ้นที่เดียว สงสัยผมทำพลาดเอง เพราะเส้นนี้ผมเปลี่ยนมาได้ประมาณ 1 ปีเท่านั้น )





    PIC#1-15

    - Hydraulic Pump ที่ผ่านการปรับปรุงแล้ว และรอการประกอบกลับ - Alternator ที่ผ่านการปรับปรุงแล้วพร้อมทั้งเปลี่ยนตัวลูกรอกใหม่ และรอการประกอบกลับ
    55. ถึงจุดนี้ถ้าทุกอย่างพร้อมก็เริ่มการประกอบกลับ ไล่ย้อนกลับ จากข้อ 54 ถึงข้อ 6 ครับ...การใส่สานพานต้องให้ลงร่องพอดี
    56.   ตรวจสอบการทำงานระบบ ชาร์จไฟ และแบตเตอรี่ เมื่อทุกอย่างถูกต้องและเรียบร้อย ใช้มิเตอร์วัดแรงดันที่ขั้วของแบตเตอรี่ด้วย
      ก่อนการสตาร์ทเครื่องก็ให้ทำเหมือนกับว่าเป็นการรีเซ็ต ECU แล้วค่อยสตาร์ทเครื่องยนต์และเมื่อเครื่องยนต์ ทำงานแล้ว ก็ให้ดูแรงดันของแบตเตอรี่ ควรจะมีค่าประมาณ 14.6 Volt หรืออยู่ในช่วง 13.8V - 14.6V
    อย่างในรถผมจอดทั้งใว้ประมาณ 8 วัน แรงดันในแบตเตอรี่ก็คงลดลงไปบ้าง ทำให้เวลาทดสอบและบันทึกค่า ผลที่ออกมาอาจจะดูใกล้เคียง กับก่อนที่จะทำการปรับปรุงครับ
          ถ้าในจุดนี้ หลังจากที่เครื่องนยต์ทำงานได้ตามปกติ และมี มิเตอร์อ่านค่าแรงดันได้ตามนี้ ก็แสดงว่า "ระบบชาร์จไฟ" ทำ งานได้ปกติ...แต่ถ้าผิดจากนี้มาก ๆ ต้องไล่ดูลำดับขั้นตอน ต่าง ๆ ว่ามีตรงใหนที่พลาดไปจะได้แก้ไข
          พึงระมัดระวัง เรื่องความปลอดภัยด้วยครับ ถ้าตอนใส่ขั้วลบ แบตเตอรี่แล้ว แรงดันของแบตฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว หรือมีความร้อนเกิดขึ้น ที่แบตฯ หรือสายไฟ บางเส้นอย่างผิดปกติก็เป็นไปได้ว่าเกิด มีกระแสไฟรั่วไหลในระบบไฟของรถแน่ ๆ ถ้าเราไม่ใส่ใจและ ไม่รอบคอบ...ไม่แก้ไขผลที่จะตามมา...อาจจะเป็นเหตุให้ รถเกิดเพลิงใหม้ได้ ซึ่งอาจจะลุกลามไปยังสิ่งก่อสร้าง อื่น ๆ ได้ครับ





    PIC#16

    57. + ไล่ลมในระบบไฮฯ ทำไล่ย้อนกลับจากข้อ 6 ถึงข้อ 2 ครับ - ทำการไล่ลมในส่วน ดีลองเตอร์ ( ในรูป จะเห็นฟองอากาศ ออกมา มาก ๆ ๆ )
    - ทำการไล่ลมในส่วน เบรคหลังและเบรคหลัง จะถือโอกาศ ปรับตั้งสายเบรคมือด้วยก็ดีครับ
    - ทำการตรวจสอบ แรงดันน้ำมันที่ส่งจากปั้มไฮฯ เพื่อเข้า ดีลองเตอร์ บันทึกผล
    - ตรวจสอบระดับน้ำมัน LHM ในถังเก็บ ให้อยู่ในระดับที่ถูก เหมาะสม
    - อาจจะลองนำรถไปวิ่ง ทดสอบดูการทำงานของระบบก็ดีครับ
          ถึงตรงนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด และทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนครับ...เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับ พี่ ๆ ในชมรมฯ บ้างและถ้าผมขาดตกบกพร่องในส่วนใด ขอให้พี่ ๆ และ ท่านผู้รู้ช่วยเติมเสริมแต่งให้กระจ่างแจ้งด้วยครับ





    PIC#17 + Oil-Pressure Gauge

    [ A ] Oil-Pressure Gauge 350 Bar. (max) ( ซื้อได้จากแถว ๆ คลองถม )
    [ B ] จุดจ่ายแรงดันน้ำมัน สู่ ดีลองเตอร์หรือแร็คฯ ( สั่งกลึงมาเป็นพิเศษ )
    [ C ] จุดรับแรงดันน้ำมัน จาก ปั้มไฮฯ ผ่านท่อเหล็ก ( ไม่ควรใช้ ท่อทองแดง เพราะรับแรงดันได้ไม่สูงนัก ประมาณ 80 bar )
    [ D ] จุดรับแรงดันน้ำมัน จาก ตัวปั้มไฮฯ



    ปกติการวัดแรงดันและ วัดค่าเพื่อ Inspection ใน ระบบไฮโครลิกนั้นเขาจะวัดกันที่ท่อ Output ของPressure regulator ไม่ใช่ Output ที่ออกจาก Pump

    Home
    Last update : 12 August 2005
    Very thank you for Mr.Fusion for his picture