เรื่องของการเกิดโอเวอร์ฮีทในรถยนต์ซึ่งถ้าจะว่ากันตามจริงแล้วไม่ใช่แค่รถยนต์เท่านั้นที่จะโอเวอร์ฮีท รถปิคอัพและอื่น ๆ ที่ใช้ระบบการระบายร้อนด้วยน้ำ โดยมีหม้อน้ำและอาศัยลมเป็นตัวช่วยระบายความร้อน (เช่น พัดลมหม้อน้ำ) โอกาสที่จะเกิดโอเวอร์ฮีทมีเท่าเทียมกันหมดครับ ดังนั้นเรามาคุยกันเรื่องน้ำยาระบายความร้อนหม้อน้ำก็แล้วกันนะครับ เจ้าน้ำยานี่ในท้องตลาดมีจำหน่ายอยู่มากมายหลายยี่ห้อด้วยกัน มีทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลัก ๆ ของน้ำยานี้ใช้เติมลงในหม้อน้ำเพื่อป้องกันการแข็งตัวและช่วยระบายความร้อนของน้ำในหม้อน้ำ (ANTIFREEZE & COOLANT) ส่วนใหญ่จะใช้สารเคมีที่ชื่อว่า ETHYLENE GLYCOL เป็นส่วนประกอบ

ETHYLENE GLYCOL นั้นมีจุดเดือดสูงกว่าน้ำถึงสองเท่าตัว(197.3 °C) ไม่มีสี มีรสหวาน แต่เป็นพิษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาใช้ระบายความร้อนของเครื่องบิน ปัจจุบัน ETHYLENE GLYCOL ถูกทำให้จือจางลงใน ANTIFREEZE & COOLANT เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้ในรถยนต์ โดยเฉพาะในรถยนต์ใหม่ ๆ ที่ออกมาจากโรงงานนั้น จะมีส่วนผสมของน้ำยานี้อยู่ถึง 50% นั่นหมายถึงถ้าหากว่าหม้อน้ำมีขนาดความจุประมาณ 5 ลิตรก็จะมีน้ำยาผสมมา 2.5 ลิตร โดยเจ้าน้ำยานี้หากผสมกับน้ำในอัตราส่วน 30:70 (ANTIFREEZE & COOLANT 30 %น้ำ 70%) จุดเดือดของน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 องศาเลยทีเดียว

 

หลอดหม้อน้ำที่ตันแล้ว

เมื่อรถยนต์ผ่านการใช้งานไปผู้ใช้มักไม่คำนึงอัตราส่วนเหล่านี้นัก บางคนไม่ทราบเลยด้วยซ้ำ รู้แต่เติมน้ำยา 1 กระป๋อง หรือ 1 ขวด (แล้วแต่การบรรจุของแต่ละยี่ห้อ) ลงในหม้อน้ำเวลามีการเปลี่ยนหม้อน้ำ หรือ เวลามีการเปลี่ยนถ่ายน้ำในหม้อน้ำแค่นั้นก็เพียงพอแล้วในความเป็นจริงนั้น น้ำยาเหล่านี้ไม่ได้ช่วยในการระบายความร้อนเท่าไร แต่ทำให้จุดเดือดของน้ำที่มีน้ำยานี้ผสมอยู่สูงขึ้น น้ำก็เลยเดือดช้าลง ทว่าคุณสมบัติด้านอื่นของน้ำยานี้ที่ต้องยอมรับว่ามีความจำเป็นสำหรับหม้อน้ำนั้นคือการป้องกันสนิมและ การกัดกร่อน เพราะหม้อน้ำของรถยนต์โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ นิยมทำจากอะลูมิเนียม ซึ่งสามารถเกิดตะกรันและเกิดการกัดกร่อนได้ง่าย สังเกตได้จากการลองถอดท่อยางที่ต่อจากหม้อพักน้ำดูก็ได้ จะพบว่ามีคราบและร่องรอยของการเกิดตะกรัน ในบางคันอาจถูกกัดกร่อนจนผุแหว่ง ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันของหม้อน้ำและทางเดินน้ำ อันจะนำสู่ปัญหาของการระบายความร้อน ทำให้เกิดการโอเวอร์ฮีทได้

ETHYLENE GLYCOL เป็นสารที่มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หากเกิดการดื่มกินเข้าไปแม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยจะไปออกฤทธิ์ต่อไตทำให้เกิดอาการไตวายและอาจเสียชีวิตได้ แต่เพราะคุณสมบัติหลัก ๆ ที่สำคัญมีความจำเป็นต่อเครื่องยนต์ทำให้มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยที่คุณสมบัติในการป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อนนั้นสามารถครอบคลุมได้หมด แม้ว่าชุดระบายความร้อนจะประกอบไปด้วยอะลูมิเนียม ทองแดง เหล็กเหนียว เหล็กหล่อ หรือแม้แต่ตะกั่วบัดกรีก็ตาม

เมื่อมีทั้งประโยชน์และอันตรายควบคู่กัน การเก็บรักษาจึงควรระมัดระวัง โดยจัดเก็บให้พ้นจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เพราะอุปกรณ์บำรุงรักษารถยนต์นั้นมักถูกมองว่าไม่มีอันตรายซึ่งยังไม่ถูกต้องนัก

ยังมีสารอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ ETHYLENE GLYCOL และกำลังถูกพัฒนาเพื่อที่จะนำมาใช้ทดแทน ETHYLENE GLYCOL นั่นคือ PROPYLENE GLYCOL เพราะเหตุว่ามีอันตรายน้อยกว่านั่นเอง ในอนาคตเราคงมีทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับน้ำยาระบายความร้อนหม้อน้ำ

น้ำยาระบายความร้อนหม้อน้ำ (ANTIFREEZE & COOLANT) ยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเครื่องยนต์อยู่ดี และเมื่อรับรู้ถึงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นได้ ในการใช้ครั้งต่อไปก็เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิมนะครับ

 

 

Substance name Ethylene glycol (1,2-ethanediol)
CASR number 107-21-1
Molecular formula C2H6O2
Synonyms 1,2-ethanediol, EG, glycol, 1,2-dihydroxyethane, glycol alcohol, ethane-1,2-diol, ethylene alcohol, ethylene dihydrate, monoethylene glycol
 
Physical and chemical properties
Physical properties:
A colourless, odourless, syruplike liquid It will completely dissolve in water.
Melting Point (°C):-13
Boiling Point (°C): 197
Specific Gravity: 1.118

Chemical properties:
The flash point of ethylene glycol is between 111 -121°C (different temperatures based upon different sources).

Common uses
Ethylene glycol is primarily used in the manufacture of automotive antifreeze/coolant. It is the primary ingredient in airplane deicers. Ethylene glycol is used in hydraulic brake fluids, electrolytic condensers, as solvents in paints and plastics, in inks, as a softening agent in cellophane, and in the manufacture of plasticisers, solvents, synthetic fibres and waxes.

 

คัดลอกมาจาก Citroen Journal

ฝ่ายการตลาด บ.ยนตรกิจ ออโตเซ็นเตอร์

เพิ่มรายละเอียดโดย Web Admin

คลิกอ่านรายละเอียดทางเคมีเพิ่มเติม


Home

Last update : 12 Februaryr 2007